วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2554

พีระมิดกับจิตใจและร่างกาย

ผลดีของพีระมิดต่อจิตใจและร่างกาย

http://www.ainews1.com/article554.html

That is why when someone falls sick, for those who knew this, they would imagine that they are sitting inside the pyramid, gathering all the healing energy, and they can recover at faster rate compared to those who didn't adopt this mental healing.

หลักการของพีระมิด

ที่มา: หนังสือ "พลังจิต ประสาน พลังพีระมิด แก้วิกฤตสุขภาพ" เรียบเรียงโดย คุณเกียรติศักดิ์ แสงสุวรรณ

วัตถุรูปทรงพีระมิดนี้เป็นรูปทรงที่ต้องกล่าวว่า แฝงความพิสดารของการใช้งานเอาไว้อย่างมากมาย โดยคุณสมบัติสำคัญที่เกิดตามธรรมชาติของรูปทรงก็คือ

  • สามารถหักเหเส้นทางการเคลื่อนที่ของเส้นแรงแม่เหล็กได้
  • สามารถจัดระเบียบหรือจัดการเรียงตัวของเส้นแรงแม่เหล็กให้เป็นระเบียบได้
  • สามารถเหนี่ยวนำพลังลมปราณให้มารวมตัวกันภายในรูปทรงและบริเวณใกล้เคียงได้ดีมาก

กล่าวคือเมื่อเส้นแรงแม่เหล็กพุ่งเข้ามาชนวัตถุรูปทรงพีระมิดแทนที่จะเคลื่อนทะลุผ่านไปยังอีกด้านหนึ่งทั้งหมด กลับถูกลักษณะของรูปทรงหักเหเส้นทางการเคลื่อนที่ให้เคลื่อนเบี่ยงเบนไปจากเส้นทางเดิม เส้นแรงแม่เหล็กที่พุ่งเข้ามาส่วนใหญ่จะถูกบังคับให้เคลื่อนขึ้นไปยังบริเวณยอดแหลมของพีระมิด แล้วพุ่งออกไปตรงบริเวณยอดแหลมของพีระมิดนั้น โดยในขณะที่เส้นแรงเคลื่อนเข้าสู่พีระมิดก็จะถูกจัดเรียงให้เคลื่อนตัวอย่างเป็นระเบียบ ลักษณะการเคลื่อนตัวก็จะมีรูปลักษณ์ทั้งที่เป็นเส้นตรง เส้นโค้ง และหมุนเป็นเกลียวแตกต่างกันไปตามแง่มุมและระยะความลึกภายในรูปทรงพีระมิดนั้น

การที่รูปทรงพีระมิดสามารถหักเหเส้นทางการเคลื่อนที่ของเส้นแรงแม่เหล็ก จัดระเบียบการเคลื่อนที่ และเหนี่ยวนำลมปราณได้ดี ก็เพราะ รูปทรงพีระมิดเป็นรูปทรงที่ไม่มีจุดศูนย์กลาง ซึ่งแตกต่างกับรูปทรงกลมที่ภายในทรงกลมจะมีจุดศูนย์กลางอยู่ ซึ่งเป็นจุดที่เมื่อวัดระยะจากขอบของรูปทรงจากทุก 360 องศาสามมิติ คือ ทั้งมิติด้านกว้าง ยาว ลึก เมื่อวัดระยะเข้ามาหาจุดศูนย์กลางแล้วจะมีระยะทางเท่ากันหมด ลักษณะของรูปทรงกลมเช่นนี้ ณ.จุดศูนย์กลาง พลัง งานชนิดต่างๆ สามารถมาหยุดรวมตัวกันได้ดีที่สุด เพราะเป็นจุดศูนย์รวมแรงดึงดูดของรูปทรงและเป็นจุดศูนย์ถ่วงด้วย แต่รูปทรงพีระมิดไม่มีจุดเช่นนี้ ที่จะมีก็คือแกนกลาง ซึ่งเป็นแกนที่เชื่อมระหว่างยอดแหลมกับจุดตัด กันของเส้นทแยงมุมที่ฐานของพีระมิด

แกนกลางนี้ เมื่อวัดระยะห่างระหว่างแกนกับขอบของรูปทรงแต่ละด้านแล้ว ระยะห่างจะมีค่ามากที่สุดเมื่อวัดที่ฐานของรูปทรง และจะมีค่าลดลงไปเรื่อยๆ จนเหลือศูนย์ที่ยอดแหลมของพีระมิด ด้วยลักษณะของรูปทรงเช่นนี้จะไม่เกิดจุดรวมพลังงาน แต่พลังงานจะเกิดการรวมตัวกันที่แกนกลางของรูปทรง ดังนั้น เมื่อเส้นแรงแม่เหล็กเคลื่อนเข้ามาในรูปทรงพีระมิด ก็จะถูกลักษณะลาดเอียงด้านหน้าตัดของพีระมิดหักเหเส้นทางการเคลื่อนที่ ถูกบีบให้เคลื่อนสู่แกนกลางแล้ว เคลื่อนขึ้นสู่ยอดแหลมของพีระมิด ถ้าเป็นพีระมิดที่ภายในรูปทรงกลวง เส้นแรงจะเข้ามารวมตัวกันเป็นแกนอย่างหลวมๆ เกิดแกนพลังเส้นแรงแม่เหล็กที่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก

แกนกลางนี้ เมื่อวัดระยะห่างระหว่างแกนกับขอบของรูปทรงแต่ละด้านแล้ว ระยะห่างจะมีค่ามากที่สุดเมื่อวัดที่ฐานของรูปทรง และจะมีค่าลดลงไปเรื่อยๆ จนเหลือศูนย์ที่ยอดแหลมของพีระมิด ด้วยลักษณะของรูปทรงเช่นนี้จะไม่เกิดจุดรวมพลังงาน แต่พลังงานจะเกิดการรวมตัวกันที่แกนกลางของรูปทรง ดังนั้น เมื่อเส้นแรงแม่เหล็กเคลื่อนเข้ามาในรูปทรงพีระมิด ก็จะถูกลักษณะลาดเอียงด้านหน้าตัดของพีระมิดหักเหเส้นทางการเคลื่อนที่ ถูกบีบให้เคลื่อนสู่แกนกลางแล้ว เคลื่อนขึ้นสู่ยอดแหลมของพีระมิด ถ้าเป็นพีระมิดที่ภายในรูปทรงกลวง เส้นแรงจะเข้ามารวมตัวกันเป็นแกนอย่างหลวมๆ เกิดแกนพลังเส้นแรงแม่เหล็กที่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก เพราะเส้นแรงส่วนใหญ่จะเคลื่อนไปตามบริเวณขอบของรูปทรงแล้วพุ่งขึ้นสู่ยอดแหลม

แต่ถ้าเป็นรูปทรงพีระมิดที่ภายในทึบหรือตัน เส้นแรงที่เคลื่อนเข้ามารวมกันที่แกนกลางจะมีความหนาแน่น และเข้มข้นกว่าพีระมิดที่ภายในกลวง คือ ยิ่งเป็นพีระมิดที่ภายในทึบหรือตันมากเท่าใด เส้นแรงก็จะเข้ามารวมตัวที่แกนกลางมากกว่าเท่านั้น เกิดเป็นแกนพลังเส้นแรงแม่เหล็กที่มีความหนาแน่นของเส้นแรงที่เคลื่อนพุ่งขึ้นสู่ยอดแหลม เกิดเป็นแกนพลังเส้นแรงแม่เหล็กที่มีความแข็งแรงขึ้น

การที่เส้นแรงเคลื่อนขึ้นสู่ยอดแหลมก็เพราะที่บริเวณยอดแหลมมีปริมาณเส้นแรงพุ่งเข้ามาน้อยกว่าบริเวณฐานพีระมิด แรงดันหรือความเข้มของเส้นแรงจึงมีน้อยกว่าที่บริเวณฐานและบริเวณที่สูงจากฐานขึ้นมา แรงดันของเส้นแรงที่สะสมตั้งแต่ที่ฐานของรูปทรงจึงมีมากกว่าที่ยอดแหลม จึงขับเคลื่อนให้เส้นแรงขึ้นไปสู่ยอดแหลม ทำให้ที่ยอดแหลมกลายเป็นทางออกของเส้นแรงที่พุ่งเข้ามาในพีระมิด

ส่วนบริเวณแกนกลางของรูปทรง โดยเฉพาะพีระมิดรูปทรงทึบหรือตัน ซึ่งเป็นรูปทรงที่สามารถเกิดแกนพลังได้ดีนั้น เส้นแรงแม่เหล็กที่เคลื่อนเข้ามาจะเข้ามาหมุนเป็นเกลียวที่บริเวณแกนกลาง โดยหมุนเป็นเกลียวในลักษณะทวนเข็มนาฬิกาขึ้นไปสู่ยอดแหลม เกิดเป็นแกนพลังเส้นแรงแม่เหล็กขึ้น การหมุนเป็นเกลียวของเส้นแรงแม่เหล็กบริเวณแกนกลางของรูปทรงพีระมิดนี้เองที่เป็นแรงดึงดูดให้กระแสลมปราณไหลเข้ามาสะสมอยู่ภายในพีระมิด รวมถึงเกิดการไหลเวียนของกระแสลมปราณด้วย ซึ่งทิศทางการไหลเวียนของเส้นแรงแม่เหล็กและลมปราณนี้สามารถที่จะบังคับได้ตามลักษณะการจัดวางพีระมิด

ด้วยคุณสมบัติของพีระมิดดังที่ได้กล่าวมา ได้ทำให้เกิดปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับรูปทรงพีระมิด ซึ่งในปัจจุบันยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่มากพอสมควรเกี่ยวกับความลับของรูปทรงพีระมิดต่อปรากฏการณ์ต่างๆ ที่ยากต่อการอธิบาย แต่เมื่อได้ทราบถึงคุณสมบัติของพีระมิดดังกล่าวข้างต้นแล้วก็จะสามารถอธิบายได้ เช่น มหาพีระมิดคีอ็อป ที่ เมืองกีซา ประเทศอียิปต์ พบว่าเมื่อมีสัตว์เข้ามาตายในมหาพีระมิด เช่น หนู เมื่อเข้ามาตายปรากฏว่าซากศพไม่เน่าเปื่อย ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะมหาพีระมิดเป็นสิ่งก่อสร้างรูป ทรงพีระมิดที่มีขนาดใหญ่มาก ด้วยเป็นวัตถุรูปทรงพีระมิดที่มีขนาดใหญ่ จึงสามารถหักเหเส้นแรงแม่เหล็กได้เป็นปริมาณมาก

เส้นแรงแม่เหล็กโลกที่เคลื่อนเข้ามาชนกับมหาพีระมิดจึงถูกหักเหให้พุ่งขึ้นไปยังบริเวณยอดแหลมของพีระมิด แล้วพุ่งออกไปตรงบริเวณยอดแหลมสู่อวกาศ ทำให้ภายในมหาพีระมิด มีเส้นแรงแม่เหล็กเหลืออยู่น้อยมาก เมื่อเป็นเช่นนี้ สสารวัตถุที่อยู่ภายในพีระมิดจึงไม่ถูกเส้นแรงแม่เหล็กรบกวนเหมือนกับสสารวัตถุที่อยู่ภายนอกพีระมิด ดังนั้นวัตถุที่อยู่ภายในมหาพีระมิดจึงมีอัตราการ เสื่อมสลายช้ากว่าวัตถุที่อยู่ภายนอกพีระมิดมาก

การทดลองทางวิทยาศาสตร์ของรูปทรงพีระมิดที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการชะลอการเสื่อมสลายของวัตถุธาตุต่างๆ ได้ ทดลองโดยวางเนื้อหมูดิบไว้ภายในพีระมิดจำลอง 6 วัน พบว่าเนื้อหมูได้เหือดแห้งไปโดยไม่เน่าเปื่อยและสามารถนำมาปรุงอาหารได้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะนอกจากรูปทรงพีระมิดได้หักเหเส้นแรงแม่เหล็กไม่ให้รบกวนอะตอมและโมเลกุลของเนื้อหมู แล้วเนื้อหมูยังได้รับพลังลมปราณที่ถูกพีระมิดเหนี่ยวนำเข้ามาทำให้เนื้อหมูไม่เน่าเปื่อยอีกทั้งยังคงสภาพสามารถนำไปทำอาหารได้

อีกทั้งยังพบว่าพีระมิดสามารถทำสิ่งของบางชนิดที่เป็นของเก่าให้กลายเป็นของใหม่ได้ คือ การนำใบมีดโกนที่ถูกใช้แล้วเมื่อนำมาวางไว้ในพีระมิดจำลองพบว่ามีสิ่งมาลับใบมีดโกนให้คมขึ้นมาใหม่ได้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะโมเลกุลของโลหะที่นำมาทำใบมีดโกนนั้นเมื่อใช้งานไปมากๆโมเลกุลที่เรียงตัวกันอยู่อย่างเป็นระเบียบจะสูญเสียความเป็นระเบียบในการเรียงตัวไป ทำให้ใบมีดลดความคม เมื่อนำมาวางไว้ในพีระมิดจำลอง โมเลกุลของโลหะจะถูกเหนี่ยวนำให้จัดเรียงโมเลกุลให้เป็นระเบียบขึ้นใหม่ ทำให้ใบมีดกลับคมขึ้น

ผู้สนใจนั่งสมาธิหลายคนได้ทดลองนั่งสมาธิภายในเต็นท์รูปทรงพีระมิดหลายครั้ง พบว่าพีระมิดช่วยให้เกิดสมาธิได้เร็วกว่าปกติ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะสมองและจิตใจของผู้ทำสมาธิถูกรบกวนจากเส้นแรงแม่เหล็กน้อยลงทำให้จิตรวมตัวเกิดสมาธิได้ง่าย นอกเหนือจากปรากฏการณ์เกี่ยวกับพีระมิดที่ได้กล่าวมา ยังมีการทดสอบ ทดลองเกี่ยวกับพีระมิดอีกมากมายที่ไม่ได้นำมากล่าวถึง ซึ่งผลการทดลองที่ออกมามักจะเกิดผลในทางบวกกับสิ่งต่างๆที่ได้เข้าไปอยู่ในรูปทรงพีระมิด

Pyramid Dymensions

เลือกความสูงเป็นลำดับแรก

Height
Base
Side
(h)
(a)
(s)
2
3,1416
1,9892
3
4,71
4,48
4
6,28
5,98
5
7,85
7,45
10
15,7
14,94
15
23,56
22,41
20
31,41
29,89
25
39,27
37,36
30
47,12
44,83
35
54,97
52,31
40
62,83
59,78
45
70,68
67,25
50
78,54
74,73
55
86,39
82,2
60
94,24
89,67
65
102,1
97,14
70
109,96
104,62
75
117,81
112,09
80
125,66
119,56
85
133,51
127,04
90
141,37
134,51
95
149,22
141,98
100
157,08
149,46

ภาวะปัจจุบัน โลกกำลังได้รับประจุลบจำนวนมากจากกาแลกซี่อันโดรเมดา การใช้พีระมิด ตั้งแต่ 1 ก.พ. 2554 เป็นต้นมาพระอาจารย์รัตน์ แนะนำให้ใช้พีระมิดกลับหัวลงดิน เพื่อการถ่ายประจุลงดินซึ่งมีขั้วบวกช่วยดูดซับประจุลบ ได้สะดวกกว่าส่งพลังงานขึ้นสู่อวกาศ

พระอาจารย์รัตน์ให้การอบรม ใช้อุปกรณ์พีระมิดชนิดพิเศษ ทำจากแร่จากต่างกาแลกซี่ ที่พระอาจารย์ค้นพบในถ้ำที่แม่สะเรียง ทำงานร่วมกับพลังจิตของพระอาจารย์ในพีระมิดพิเศษที่พระอาจารย์สร้างขึ้น ปรับสภาพแวดล้อมผู้ใช้ให้ดีขึ้นเพิ่มพลังลมปราณ ทั้งในรูปทรงพีระมิด และบริเวณโดยรอบ และใช้เส้นแสงพีระมิดร่วมกับพลังงานจักรวาล โดยเฉพาะพลังงานจากกาแลกซี่ไตรแองกุลัม ซึ่งให้พลังงานคลื่นสีเหลือง หรือพลังเมตตาช่วยเยียวยาอาการเจ็บป่วยต่างๆของร่างกาย และสร้างสันติสุขให้แก่จิตใจของคนและสรรพสัตว์ จึงเหมาะสำหรับช่วยส่งเสริมการทำสมาธิเบื้องต้น ช่วยให้จิตสะสมพลังงานคลื่นความถี่สูงได้รวดเร็ว ทำให้จิตมีกำลังมากพอที่จะแยกออกจากายได้สะดวกยิ่งขึ้น เป็นอุปกรณ์ตัวช่วย ขั้นพื้นฐานเพิ่มพลังงานให้จิต ไปถึง 'ทาง' หรือต้นทางเดินทางต่อไปยังนิพพานโดยสมบูรณ์เต็มรูปแบบต่อไป เสมือนช่วยให้ท่านได้นำรถยนตร์ส่วนตัวของท่าน ขึ้นบนทางด่วนพิเศษอย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ

เมื่อรถยนตร์ของท่านมาอยู่บนเอ๊าท์โทบาน ไม่จำกัดความเร็วแล้ว ท่านก็เหยียบคันเร่งได้เต็มที่ถึงแม้ว่าท่านเพิ่งจะเริ่มต้นทางอยู่ที่เมืองมิวนิค ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมันหรือรัฐบาวาเลียอยู่ก็ตาม ในอีก 3 ชั่วโมงข้างหน้ารถยนตร์ของท่านก็จะมาถึงเมืองแฟรงเฟริตร์เมืองหลวงของเยอรมันที่อยู่ห่างออกมาทางเหนือถึง 750 กิโลเมตรก็ตาม เวลา 3 ทุ่มท่านเพิ่งขอตัวอำลางานเลี้ยงอยู่ที่เมืองใต้ เที่ยงคืนท่านก็มาถึงบ้านที่แฟรงเฟริตร์แล้ว เข้านอนเช้าวันรุ่งขึ้นเตรียมตัวออกไปทำงานได้ตามปรกติ โดยท่านมีหน้าที่บังคับรถยนตร์ของท่านให้อยู่บนทางในเส้นของท่านตลอดเวลา ไม่ต่างจากท่านถึง 'ทาง' หรือ มรรค แล้ว ก็เดินทางต่อโดยไม่ข้องแวะกับเศษขยะอารมณ์ต่างๆ ท่านก็จะกลับคืนสู่บ้านเดิม หรือนิพพานได้ตลอดไปนั่นเอง

ส่วนผู้ที่ใช้งานจากอุปกรณ์พีระมิดชำนาญแล้ว อาจมีโอกาสเห็นตนเองเข้าไปนั่งอยู่ในพีระมิด และนึกให้ใหญ่เล็กได้ตามต้องการ จะวางกลับหัวหรือขยายให้ใหญ่สัก 5 หรือ 10 กิโลเมตรคลุมรถยนตร์ที่วิ่งอยู่บนทางหลวงไปตลอดทาง ปรับให้รถแล่นอยู่ใน King chamber ช่วยตัดเส้นแรงแม่เหล็กที่คลุมเปลือกโลกออกไป ทำให้ลดแรงปะทะประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากยิ่งขึ้นในการเดินทาง ที่ได้ทดลองใช้เห็นผลดีมาแล้ว

ส่วนการภาวนาเป็นกลุ่มใหญ่ก็สามารถใช้พีระมิดให้คลุมบริเวณนั้น เพิ่มพลังลมปราณทำให้มีบรรยากาศ ที่ปลอดมลพิษจากเส้นแรงแม่เหล็กที่หนักและร้อน และประจุลบจากกาแลกซี่อันโดรเมดายิ่งขึ้น ซึ่งให้ผลดีทั้งด้านสุขภาพและการภาวนา

ผลพลอยได้จากบ้านหลบภัยพีระมิด

  • บ้านที่สร้างเป็นที่พักหลบภัยเป็นรูปทรงพีระมิดทั้งหลัง ในขนาดต่างๆ 3x3 เมตรจนถึง 5x5 เมตร หรือใหญ่กว่าก็ตาม ซึ่งทั่วไปแนวดิ่งตรงกลางจากยอดพีระมิด ลงมาที่พื้นจะว่าง ในอากาศที่ว่างจะมีเกลียวพลังงานอันเกิดจากผนังของพีระมิดทั้ง 4 ด้านหักเหพลังงานจากภายนอกเข้ามา หมุนเป็นเกลียวขึ้นสู่ยอดพีระมิดนั้น น่าจะเสริมด้วยเสาคอนกรีตอีก 1 ต้น ช่วยส่งเสริมให้เกลียวพลังงานที่หมุนวนขึ้นสู่ยอดเสาในทิศทวนเข็มนาฬิกา มีความแข็งแรง เพิ่มประสิทธิภาพแรงขับดันของเสีย ขึ้นสู่ยอดพีระมิดได้ดียิ่งขึ้น

  • และยิ่งกว่านั้น หากติดตั้งท่อน้ำวนตามเข็มนาฬิกา แบบเดียวกับเครื่องเรียกฝนของพระอาจารย์รัตน์เพิ่มเข้าไป ก็จะช่วยเพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศเหนือบริเวณบ้านทรงพีระมิดมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าจะไม่มีแร่พิเศษจากในถ้ำแม่สะเรียง ก็อาราธนาพลังจิตของพระอาจารย์รัตน์เข้ามาช่วยเสริม และผู้ที่เข้าใจแสงทิพย์ของ พระบรมธรรมบิดา สามารถขอบารมีจากพระองค์ท่านติดตั้งแสงทิพย์เอาไว้ตลอดเวลา เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มกำลังขับดันมลพิษต่างๆที่ถูกผนังของพีระมิดทั้งสี่ด้าน จัดระเบียบการหักเหเส้นแรงแม่เหล็กเข้ามาสู่เส้นแสงพีระมิด ขึ้นสู่อวกาศ อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดได้อีกด้วย...วันนี้ 25 ก.พง 2554 ได้มีโอกาสกราบเรียนถามพระอาจารย์ในเรื่องนี้ ท่านบอกให้ ทราบว่าเป็นไปได้เช่นกัน

  • ส่วนการเพิ่มเติมอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่างๆดังกล่าวแล้ว จะส่งผลให้เกิดการรวมเมฆฝนได้เช่นเดียวกับเครื่องเรียกฝนของพระอาจารย์รัตน์ ที่ใช้แท่งพีระมิดพิเศษ 7 ก้อนหรือไม่นั้น ได้นำวิธีการนี้ไปขอหารือกับพระอาจารย์ ท่านให้ความเห็นว่าใช้ได้เช่นเดียวกัน นอกจากสามารถใช้เป็นเครื่องเรียกฝน ยังใช้ เป็นศูนย์ป้องกันภัยพิบัติ ในหลักการเดียวกับเครื่องเรียกฝนพีระมิดของพระอาจารย์รัตน์ การสร้างบ้านทรงพีระมิดและติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าว ก็จะเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้อยู่อาศัย และบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงได้อีกด้วย ซึ่งจะตรวจสอบได้จากรัศมีที่มีฝนตก รวมพลังงานพีระมิดกับภูเขาหินบาซอลท์รูปทรงพีระมิด 3 เหลี่ยม และสี่เหลี่ยมจำนวนมากในเขตอำเภอทุ่งหัวช้าง และบริเวณใกล้เคียงมากยิ่งขึ้นนั่นเอง และจะต้องจัดเตรียม อุปกรณ์ผลิตกระแสไฟฟ้า ที่ออกแบบโดยวิศวกรไฟฟ้า จากบ้านทรงพีระมิด เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานให้แก่มอเตอร์ปั๊มน้ำต่อไป ในยามที่โลกไม่มีระบบไฟฟ้าใช้แล้ว

เมื่อวิศวกรไฟฟ้าได้ออกแบบวงจรไฟฟ้า และขนาดของแผ่นคอนเดนซิ่งยูนิตจำนวน 4 คู่ติดตั้งใน King Chamber แนบกับเสาคอนกรีต แล้วทำการมอนนิเตอร์ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ได้ และใช้พีระมิดพลังงานครอบซ้อนเหนือหลังคาบ้านพีระมิด และขยายขนาดเพิ่มขึ้นให้ได้กระแสไฟฟ้ามากขึ้นให้พอเพียงต่อวัตถุประสงค์ของการใช้งาน ทั้งแสงสว่าง ใช้กับมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ และอุปกรณ์เตาไฟฟ้าในการปรุงอาหารในอาคารโรงครัว และชาร์ตเข้าหม้อแบตเตอรี่

  • ในบ้านทรงพีระมิดเหล่านี้ สามารถใช้พลังงานพีระมิดส่วนตัวครอบซ้อน โดยขยายขนาดของพีระมิดพลังงานให้มีขนาดใหญ่ขึ้น มีฐานกว้างหลายๆสิบกิโลเมตร เสริมการทำงานของบ้านพีระมิด รับช่วงส่งต่อพลังงานที่เป็นมลภาวะขึ้นสู่อวกาศ หรือช่วยเพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ให้กับอากาศเหนือบริเวณนั้น อีกทั้งยังจะช่วยเพิ่มประจุลบ ให้แก่แผ่นคอนเดนซิ่งยูนิต ในบริเวณ King Chamber ของตัวบ้านทรงพีระมิด ให้เก็บสะสมประจุลบ หรือประจุอีเล็คตรอน เข้าระบบผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อใช้กับแสงสว่าง และเปลี่ยนเป็นกระแสสลับสำหรับใช้งานมอเตอร์ไฟฟ้า หรือเตาหุงต้มอาหารในยามที่ระบบไฟฟ้าปกติขาดแคลน ได้โดยตรงจากต้นแหล่งพลังงานของโลกและจักรวาล โดยไม่มีค่าใช้จ่ายมากนัก ซึ่งเป็นไปตามหลักการและคุณสมบัติของพีระมิด และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่มีผู้ได้ทดลองใช้แล้ว ทั้งผลิตกระแสไฟฟ้า และเพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ มีผลพลอยได้ ช่วยเป็นศูนย์ป้องกันภัยพิบัติ ได้อีกด้วย

และความเป็นอยู่ของโลกยังจะถดถอยหลังกลับไปในอดีตมากกว่า 50 ปี...ซึ่งหมอแกนได้ประเมิน ความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ระหว่าง ปี 2555-58 เป็นเงินมากกว่า 2.7 หมื่นล้านล้านบาท หรือจะเท่ากับเงินงบประมาณรายปีของประเทศในปัจจุบันไปถึง 13,500 ปีทีเดียว ซึ่งผู้ที่เหลือรอดชีวิตก็จะได้พบเห็นเอง เมื่อถึงเวลานั้น เพียงแต่เก็บข้อมูลเอาไว้ล่วงหน้า สำหรับพิจารณาความเป็นอนิจจังของโลกและสุริยจักรวาล

สำหรับผู้สนใจจะมีพีระมิดส่วนตัว สามารถเข้ารับการฝึกอบรมจาก พระอาจารย์รัตน์ แล้วนำมาฝึกเองที่บ้านก็อาจได้รับผลมีพีระมิดส่วนตัวดังได้กล่าวแล้วบ้างก็ได้

การมีชีวิตอยู่อย่างสมดุล

การมีชีวิตอยู่อย่างสมดุล

http://www.ainews1.com/article556.html

Bookmark and Share

ที่ว่าสมดุลนั้น มีทั้งทางกายภาพ และด้านพลังงานคือจิตใจ หากเราย้อนกลับไปศึกษาบทวิเคราะห์การสวดมนตร์บทพระมหาจักรพรรดิ ของหลวงปู่ดู่ ให้ละเอียดลึกซึ้งแล้ว หลวงปู่จะเน้นการเป็นอยู่อย่างสมดุล ในด้านจิต หรือด้านพลังงาน ในเสกลใหญ่มาก ทั่วทั้ง 3 โลก

เพื่อการส่งเสริมมารวมหมู่ร่วมกันทำความดีทุกๆวัน สำหรับจิตดวงใดที่มีอุปสรรคไม่สามารถ จะมาร่วมสวดมนตร์ด้วยได้

หลวงปู่ในฐานะพระโพธิสัตว์บารมีเต็ม จะส่งแสงของพระโพธิสัตว์ไปรับมาร่วมการสวดมนตร์บทพระมหาจักรพรรดิ เพื่อเพิ่มพลังให้แก่ตนเอง และเพื่อนๆสรรพสัตว์ทั่วทั้ง 3 โลก เรียกว่าเปิดถึงกันทั้ง 3 โลก ทั่วอนันต์จักรวาล

สรรพสัตว์ทุกตัวตน ก็ล้วนแล้วแต่มีพ่อเกิดแม่เกิดคนเดียวกัน แต่จากมานานและห่างไกลจนพากันหลงทางหาหนทางคืนกลับบ้านไม่ถูก

ทีนี้กลับมาผู้ที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ด้วยการมีศีล 5 เป็นพื้นฐานครบถ้วนมาก่อน จึงสามารถมาเกิดในภพภูมินี้ หรือในมิตินี้ มีขันธ์ครบทั้ง 5 ขันธ์ ผู้ที่ขาดบางข้อก็ได้เกิดเหมือนกัน เป็นสัตว์เดรัจฉาน ด้อยสติปัญญากว่ามนุษย์ แต่ผู้ที่เกิดเป็นมนุษย์แล้ว พระพุทธองค์กล่าวไว้ว่า เมื่อตายไปจะไปสุคติมีเท่าจำนวนเขาโค ส่วนอีกจำนวนขนโคนั้นไปสู่ทุคติเสียสิ้น

นับว่าขาดทุนในการมาเกิด ที่ภพภูมิตรงกลางระหว่างไปสู่สุคติ และทุคติ หรืออบายภูมิ เป็นผี เปรต อสุรกาย สัตว์นรก ที่ต้องทนทุกข์ทรมาน ชดใช้กรรมชั่วระหว่างที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ได้สร้างสมเอาไว้นั่นเอง การกระทำทางกาย วาจา ใจ จะก่อเกิดพลังงาน เป็นคลื่นพลังงาน เก็บเอาไว้ในจักรวาลทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นพลังงานบวกหรือลบ พลังงานเหล่านี้ไม่สูญหายไปไหน คงแปรเปลี่ยนไปเรื่อยๆเป็นวัฏจักร

เช่นเดียวกับการเกิดขึ้นจักรวาลต่างๆ และค่อยๆหมดพลังงานดับไป แล้วพลังงานต่างๆก็จะกลับมารวมตัวกันใหม่เกิดจักรวาลใหม่ขึ้นมาวนเวียนไปไม่รู้จบสิ้น

พระพุทธองค์ท่านบรรลุถึงความเป็นสัพพํญญู รู้ตลอดได้ทุกอย่าง เป็นอริยะชน เป็นแสงสว่างช่วยชี้นำทางจิตใจของสรรพสัตว์ ที่ได้เกิดมาพบคำสั่งสอนของพระองค์ท่าน และเมื่อได้น้อมนำไปปฏิบัติ ก็จะเกิดปัญญา ทั้งหยาบและละเอียด จนสามารถแยกจิตออกจากกายได้ การเป็นอยู่ระหว่างมีร่างกาย จะสร้างพลังงานบวกและลบได้ง่ายมากและหนักแน่น

เนื่องจากมนุษย์มีธาตุดินที่หนักแน่น จึงมีพลังในการสร้างกรรมที่หนักแน่นเข้มข้น ซึ่งก็จะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ขึ้นอยู่กับสติปัญญา และความรอบรู้ของเจ้าของร่างกายนั้นๆ

การกระทำทุกอย่างในทุกอริยาบท จึงมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งที่เป็นสิ่งมีชีวิต หรือไม่มีก็ตามอยู่ตลอดเวลา หากมนุษย์ได้ฝึกมากขึ้นมีจิตละเอียดมากขึ้น และมีญาณหยั่งรู้ขึ้นแก่จิต ที่แยกออกมาจากกายได้แล้ว จะค่อยๆทราบสัจจะธรรมของโลกในหลายๆมิติ เพิ่มขึ้นทีละน้อย และหากนำแสงทิพย์ของพระบรมธรรมบิดา และพระพุทธเจ้ามาเสริมพื้นฐานจิตใจของตน ก็จะเท่ากับได้เดินทางลัดเพื่อสร้างพลังงานบวกได้มากยิ่งขึ้น จิตก็จะยิ่งเบาสบายเข้าใกล้ความสมดุล หรือเป็นอุเบกขามากขึ้น หรือเรียกว่าทำวิปัสสนาอยู่ในท่ามกลางแสงทิพย์อริยธรรมนั่นเอง

ระวังรักษาจิตให้มาอยู่ตรงกลางของพลังงานบวกและลบ ได้มากขึ้น จะยิ่งเพิ่มปัจจัยให้จิตเพิ่มแสงสว่างมองเห็นสิ่งต่างๆรอบตัวตามสภาพเป็นจริงของมันได้ชัดเจนมากขึ้น ใครมีสุขทุกข์อย่างไร เราควรช่วยสงเคราะห์กันได้อย่างไร สันติสุขก็จะค่อยๆแผ่วงกว้างขึ้น หรือมีแสงสว่างเพิ่มขึ้น ไล่ความมืดให้หมดไปโดยอัตโนมัติ ประหนึ่งน้ำดีมาอยู่รวมตัวกัน

มนุษย์เป็นสัตว์มีสติปัญญา ยิ่งเมื่อได้รวมกลุ่มรวมพลังกันสร้างพลังงานบวก ช่วยเหลือเจือจานกันได้ในวงกว้าง ทุกๆมิติก็จะอยู่ในความสมดุลและพอเพียงมากขึ้น ส่งผลไปถึงจักรวาลต่างๆ ให้อยู่ด้วยกันอย่างสันติสุข ถึงแม้ถึงรอบถึงจังหวะที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ หรือประสบเหตุต่างๆ

เช่นโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ ที่เกิดการลุกจ้าอยู่เสมอ หากโชคไม่ดี พายุสุริยะพุ่งมากระทบโลก ก็จะเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะยามนี้ที่เกราะแม่เหล็กของโลกมีกำลังอ่อนลง ผิดกันกับหากโลกกำลังโคจรอยู่ในส่วนที่ปลอดจากแนวของพายุสุริยะนั้น แม้จะมีขนาดใหญ่เพียงใด ก็จะไม่เกิดผลกระทบที่ไม่ดีขึ้นกับโลกเป็นต้น เช่นเดียวกับ เมื่อ15 กุมภาพันธ์ 2554 ที่มีการลุกจ้าครั้งใหญ่ขึ้นบนดวงอาทิตย์ในรอบ 5 ปี ได้ผ่านพ้นไปไม่กระทบกับโลกมากนัก....ซึ่งโลกอาจไม่โชคดี ตอนต้นเดือน พฤษภาคม 2556 ที่เราจะต้องคอยติดตามเฝ้าสังเกตต่อไป

จังหวะต่างๆที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เป็นการบังเอิญแต่อย่างใด มีเหตุปัจจัยประกอบทั้งนั้น มวลมนุษย์ยังมีพลังงานบวกคุ้มกันอยู่ ก็ทำให้รอดพ้นภัยอันตรายใหญ่ไปได้

ดังนั้นหากเราพิจารณาอยู่โดยสม่ำเสมอ ทุกๆอริยาบทของตน ที่ไปมีส่วนกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น หลวงพ่อเกษม ท่านเชี่ยวชาญในการติดตามตรวจสอบสิ่งต่างๆรอบตัว ในมิติต่างๆ พบว่าแม้ต้นไม้เล็กๆก็มีเทวดาเด็กอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเทวดาเหล่านี้อยู่ในสภาพกายพลังงาน มีเพียง 4 ขันธ์ คนทั่วไปจึงยากที่จะมองเห็น ดังนั้นหากเราตระหนักในเรื่องเช่นนี้ได้แล้ว

เราจะเห็นว่าหากเราต้องการใช้ต้นไม้ต้นหญ้าเหล่านั้น ซึ่งมีผู้ใช้ประโยชน์อยู่ก่อน จะมีผลกระทบรุนแรงต่อสรรพสัตว์ พวกเขาจะได้รับความเดือดร้อนตามมา เราก็ควรจะเตรียมการสงเคราะห์พวกเขาให้ได้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในมิติใหม่ที่ดีกว่าเก่าเสียก่อน วิธีการหนึ่งที่จะทำได้อย่างรวดเร็ว มีคำแนะนำของท่านผู้รู้ที่ลิงค์นี้ ท่านที่สนใจศึกษาพิจารณาได้ ถึงแม้ว่าเรายังไม่สามารถสัมผัส และมองเห็นพลังงานที่ละเอียดเหล่านี้ได้ก็ตาม

หากมีความรู้ความเข้าใจดีแล้ว ย่อมจะสงสารเห็นใจพวกเขา ที่จะต้องได้รับความเดือดร้อนมากทีเดียว ถึงแม้เราจะไม่ทราบก็ตาม ความเป็นจริงมีอยู่จริงของธรรมชาติ ก็จะมีผลต่อผู้ที่ไปรบกวนเปลี่ยนแปลง ดังนั้นในพระวินัยของพระสงฆ์ จึงมีข้อห้ามไม่ให้ไปพรากของเขียว หรือพืชพันธุ์ไม้ต่างๆ แต่หากมีความจำเป็นจริงๆ เช่นต้องมีการตัดแต่งหญ้าในสนามให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนลงมือทำก็มีวิธีการช่วยสงเคราะห์สรรพสัตว์ ที่อาศัยอยู่ก่อน ให้ไปมีชีวิตที่ดีกว่าเก่า ทุกๆฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็จะร่วมโมทนาสาธุการ การได้รับสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่าที่เก่าไม่มีใครจะปฏิเสธ แต่ก็มีข้อยกเว้นเช่นกัน ที่ผู้มีสิทธิไม่ไปอยู่ในมิติที่ดีกว่า แต่ท่านกลับสละสิทธิ์ยังคงพอใจอยู่ในมิติเดิม ที่มีความสุขสบายเพียงพอแล้ว

ดังนั้นผู้มีสติปัญญา ที่มองเห็นสัมผัสได้ยิ่งกว่าการพึ่งพาแต่แสงที่มากระทบตาเพียงอย่างเดียว ย่อมจะช่วยรักษาตนเองให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน ต่อทุกๆชีวิตจิตวิญญาณ ที่มีขันธ์เพียง 4 ขันธ์ ไม่มีกายหยาบเช่นเรา ทำให้การอาศัยโลกนี้ร่วมกัน มีความสงบสันติเพิ่มมากขึ้น เป็นการเพิ่มคุณค่าของการได้เกิดมาเป็นมนุษยย์มากขึ้นอย่างสมศักดิ์ศรี และได้มีโอกาสได้เป็นลูกศิษย์ของพระพุทธองค์ ได้เจริญตามรอยพระพุทธบาทของพระองค์ท่าน จนกระทั่งสิ้นลมหายใจ เหลือแต่กายพลังงาน หรือคลื่นพลังงานของจิตนั่นเอง หมดสิ้นภาระดูแลเลี้ยงดูกายหยาบที่หนักและยุ่งยากมากเรื่องให้ต้องเป็นภาระตลอดเวลา....ขอลาที กายหยาบของมนุษย์

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html Bookmark and Share

พระแม่กวนอิมส่งข่าวด่วนแก่ลูกๆภาคใต้และจังหวัดชายทะเล

สืบเนื่องจากพยากรณ์ของพระแม่กวนอิม

http://www.ainews1.com/article560.html

Bookmark and Share

ภัยพิบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ เป็นความเสียหายมหาศาลที่ไม่อาจคาดคะเนได้เลย

ภัยธรรมชาติในครั้งนี้ ทำให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินนับไม่ถ้วน ภัยครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างเงียบสงบมาก (ในประเด็นนี้มนุษย์ทราบความเคลื่อนไหวของธรรมชาติน้อยมาก)

โดยไม่มีการเตือนให้รู้ตัวก่อนเลย ทุกสิ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่มีใครได้มีโอกาสตั้งตัว ถ้าอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงอันตราย (มนุษย์เคยอยู่ในพื้นที่เดิมมานาน ตั้งแต่เกิด และส่วนใหญ่ ที่ไม่ได้ศึกษาสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ก็จะไม่ทราบชัดเจนว่า ที่อยู่ของตนนั้นมีความเสี่ยงเพียงใด ไม่มีใครตอบแทนตัวท่านได้)

ภัยครั้งนี้จะคร่าทุกชีวิตโดยไม่มีแบ่งแยกว่าจะรวยหรือจน ภายใน1 ชั่วโมง ทุกสิ่งจะจมหายอยู่ใต้ท้องทะเล เวลาสั้นๆ (ตรงนี้ข้อมูลตรงกันกับ คำเตือนของชาวต่างดาวผ่าน Crop Circle บนผืนนาของชาวอินโดนีเซีย พบเมื่อ 11 มกราคม 2554 และ 15 มี.ค. นี้ ยังพบว่าจะเกิดดาวเรียงดวงคล้ายกับ เมื่อคราวเกิดสึนามิ ที่ภาคใต้ เมื่อปี 2547 แต่คราวนี้อาจมีเหตุร้ายแรงมากกว่าการเกิดสึนามิอย่างคราวก่อนก็ได้ หลังจากดาวเรียงดวงแล้ว 2-3 วันคงจะมีคำตอบออกมา

ปัจจุบัน งานวิจัยส่วนบุคคลพบว่า ดาวเรียงดวงมีผลกระตุ้นให้เกิด Solar Flare บนดวงอาทิตย์ และเกิด CME หรือลูกไฟสุริยะพุ่งออกมาจากผิวดวงอาทิตย์ดุจระเบิดนิวเคลียร์หลายๆพันเมกกะตัน สู่ดาวเคราะห์ดวงต่างๆที่กำลังโคจรมาปะทะพายุสุริยะนี้พอดีตรงส่วนไหน หากคราวนี้เป็นโชคไม่ดีของโซนเอเชีย โดยเฉพาะในบริเวณที่ปรากฏคำเตือนครั้งสุดท้ายของชาวดาวอังคารที่เป็นห่วงลูกหลานชาวโลก ได้มาส่งสัญญาณเตือนเอาไว้ล่วงหน้า )

ไม่มีความช่วยเหลือ ไม่มีการเหลียวแลจากใครเลย เพราะทุกชีวิตล้วนแล้วแต่ดิ้นรนเอาตัวรอด เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น คาดว่าไม่เกินปี พ.ศ.2555 ไม่น่าคลาดเคลื่อนไปกว่านี้ ขึ้นอยู่กับว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นต้นปีหรือท้ายปีเท่านั้นเอง (ที่ไม่ไกลจาก Crop Circle ในอินโดนีเซีย มีแผ่นดินไหวแปลกๆ ไหวแล้ว ยังมีเสียงประหลาดดังขึ้นมาจากใต้ดินกระหึ่มตลอดเวลา แม้ผ่านไป 3 วัน 3 คืนก็ยังไม่ยุติ...บ่งบอกว่ามันอาจเกิดเหตุอยู่ไม่ลึกนักจากผิวดินใช่หรือไม่??)

ไม่มีเทพองค์ใดที่จะหยุดทุกสิ่งไม่ให้เกิดขึ้นได้ ทุกสิ่งถูกกำหนดไว้แล้วและ มันกำลังจะเกิดขึ้น โดยฝีมือของมนุษย์นั่นเอง (ทำลายธรรมชาติ)

เพราะเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้ เนื่องจากเกาะภูเก็ตถูกทำลายไปมาก การก่อสร้างของเกาะภูเก็ตเป็นการทำลายรากฐานของเกาะ

ซึ่งเป็นแกนที่มีขนาดเล็ก มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 9 กิโลเมตร มีขนาดเล็กกว่าพื้นที่ของเกาะมาก กำลังร้าวและแตกออกจากกัน อีกไม่นานมันก็จะหัก และจมลงในทะเล (หากฐานรากใต้น้ำเป็นเช่นนี้ เสี่ยงต่อผลกระทบจากแผ่นดินไหว และคลื่นสึนามิอย่างมาก และปัจจุบันพลังจักรวาลยังส่งแรงกดมหาศาลลงมาบนผืนโลกอีกด้วย)

น้ำจะท่วม จะเกิดคลื่นยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด น้ำจะซัดเข้าหาฝั่งเกือบทุกพื้นที่ของภาคใต้และจะจมหายอย่างถาวรตลอดกาล

(คลื่นยักษ์ตรงนี้ อาจเป็นสิ่งที่ท่านครูบาอินทร เจ้าอาวาสวัดสันป่ายางหลวง ลำพูน ได้กล่าวถึงก็ได้ ว่าคลื่นมันจะนำน้ำจากฟากทะเลอันดามันกระโดดข้ามฝั่งมายังอ่าวไทย รวมทั้งขุดคอคอดกระที่มนุษย์บางคนต้องการให้เสร็จสรรพ แต่อาจกว้างใหญ่กว่าที่มนุษย์ต้องการก็ได้

เนื่องจากรายงานของกรมทรัพย์ฯมีรอยเลื่อนคู่ขนานปรากฏอยู่ใต้จากตัวจังหวัดประจวบฯไม่มากนัก และอีกคู่หนึ่งเหนือสุราษฏร์ฯไม่มากนัก และท่านครูบาฯยังพบอีกว่าแผ่นดินบริเวณนี้ได้เริ่มเคลื่อนตัวแล้ว แต่คนทั่วไปจะไม่ทราบ ได้กราบเรียนถามหลายๆปัญหากับท่านเมื่อ 3 ม.ค. 2554 ต่อมาเมื่อกลับไปเชียงใหม่ ได้ทราบจาก ศ.ศุภางค์ เทียนนิมิตในภายหลังว่าท่านครูบาฯเป็นพระอริยะเจ้าลำดับที่ 11 ของวัดสันป่ายางหลวง)

ความเสียหายในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเมืองไทยเท่านั้น ยังมีอีกหลายประเทศที่มีพื้นที่ติดทะเลจะจมหายไปหมด

(ซึ่งชาวต่างดาวเห็นภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า จึงได้มาทำสัญญลักษณ์ Crop Circle ที่เกาะสุมาตราตะวันออกเมื่อ 11 ม.ค. 2554 นี้ สำหรับท่านผู้เข้าใจและหยั่งรู้ ทราบเรื่องนี้ดี แต่คนส่วนมากอาจเฝ้ารอดูเหตุที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอยู่เฉยๆก็ได้ ยังมีความลังเลใจ อ่านลักษณะรูปภาพไม่ออกว่ามันเป็นสัญญาณอันตรายครั้งสุดท้าย ไม่ต่างกับที่ชาวมายา ในอดีตประมาณ 5 พันปีมาแล้วเคยได้รับ

และต่อมาชาวมายาได้สูญพันธุ์ไปเมื่อโลกนี้ประสบภัยพิบัติรุนแรงในรอบที่ 4 ...คราวนี้กำลังจะถึงรอบที่ 5 ที่ธรรมชาติจะกลับมากวาดล้างมนุษย์ผู้มีความโลภมาก ได้ทำลายทรัพยากรโลกมา 100 กว่าปีอย่างรุนแรง เพื่อเปลี่ยนมาเป็นตัวเงิน ที่ชาวโลกสมมุติกันขึ้นมา และการเงินทุกระบบจะสูญสิ้นหมดความหมาย เมื่อโลกปรับตัวครั้งใหญ่ผ่านไปแล้ว และประเทศมหาอำนาจใหญ่ๆทั้วโลกก็จะไม่มีเหลืออยู่อีกต่อไป)

เพราะฉะนั้นทุกคนจึงควรเตรียมความพร้อม นับแต่บัดนี้ และไปให้พ้นจากพื้นที่อันตรายให้เร็วที่สุด

อย่ามัวคิดว่ามันจะเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะไม่มีเวลาให้คิดแล้ว ให้ทำเลยถ้าจะทำอะไร โดยไม่ต้องสงสัย เพราะความสงสัยจะทำให้ไม่รอดจากภัยพิบัติครั้งนี้

การเตรียมความพร้อม

1. หาแหล่งที่อยู่ใหม่ที่ปลอดภัย (ในเมืองไทย ยกเว้นภาคใต้ หรือจังหวัดที่ติดทะเล)

2. เตรียมน้ำดื่มน้ำใช้ อย่างน้อย 6 เดือน

3. เตรียมอาหารแห้งและยารักษาโรค

4. เตรียมตะเกียง หรือเทียน ไฟฉายและถ่าน

5. เตรียมเครื่องนุ่งห่ม สำหรับอากาศที่หนาวเย็นเอาไว้ให้เพียงพอ

6. เตรียมจิตใจให้เข้มแข็ง อย่ากลัว อย่าท้อ (ตรงนี้สำหรับผู้มีที่พึ่งพาได้ตลอดเวลา เป็นเรื่องจำเป็น)

การช่วยเหลือชีวิตมนุษย์เป็นการสร้างกุศลที่ยิ่งใหญ่ ผู้ที่บอกต่อ ชีวิตไม่อับไม่จน...

ขอให้ทุกคนมีจิตใจเมตตาปราณี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เมื่อวิกฤตมาถึง...

ขอให้ลูกหลานทุกคนจงแคล้วคลาดจากภัยพิบัติในครั้งนี้ และจงมีแต่ความสุขความเจริญ ภายภาคหน้าตลอดไป...

*คำพยากรณ์ วันที่ 28 เมษายน 2555 เป็นวันมหันตภัย*

***ถ้าคุณไม่เชื่อก็ไม่ต้องส่งต่อเพราะมันไม่มีผลอะไรกับคุณ ไม่ได้มีคำสาปแช่งใดๆอยู่ในเมลล์

(ข้อมูลนี้แสดงว่าธรรมชาติได้ร่นวันเกิดเหตุใกล้เข้ามาเพิ่มขึ้น เดิม ชาวไทยจะได้รับสิ่งไม่คาดคิดจากฟากฟ้า ที่ดาวหางดวงใหญ่หอบมาจาก แถบเศษขยะอวกาศ ที่ลอยอยู่รอบดวงอาทิตย์ระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี มาฝากชาวโลก ระหว่างที่ดาวโลก กำลังโคจรเข้าไปใต้วงโคจรของดาวหาง ที่กำลังเข้าใกล้โลก มาโคจรรอบดวงอาทิตย์ ประมาณเดือนกรกฎาคม 2555)

เชิญทุกทานร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน...ส่งต่อข่าวสารให้แก่เพื่อนๆได้มีโอกาส เข้าถึงจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับค้นหาสาระชีวิต ทั้งทางด้านโลกียะ และโลกุตระ ที่ ainew1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัย ฟรี ที่ ลิงค์ /article385.html Bookmark and Share

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2554

ทั่วโลกตื่นนิวเคลียร์!

ทั่วโลกตื่นนิวเคลียร์!

http://www.ainews1.com/article561.html

Bookmark and Share

ญี่ปุ่นระเบิดอีกรังสียังรั่ว เยอรมนีสั่งปิดเตาปฏิกรณ์

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะบึ้มอีก พ่วงพระเพลิงเผาเตาครอบปฏิกรณ์ ส่งผลกัมมันตภาพออกสู่ชั้นบรรยากาศแล้วถึง 400 มิลลิซีเวิร์ตต่อชั่วโมง ชี้ 3 เตามีสิทธิ์หลอมละลายในเวลาอันใกล้ ให้ประชาชนในรัศมี 30 กม.ห้ามออกจากบ้านเด็ดขาด ฝรั่งเศสชี้เป็นความรุนแรงระดับ 6 ทำให้นานาชาติสั่งตรวจเข้มโรงไฟฟ้า "เยอรมนี" ถึงขั้นปิด พี่ไทยใช่ย่อย ตื่นตูมออกแถลงรวดเดียว 3 ฉบับ พร้อมมาตรการใช้ชีวิตหากรังสีแพร่เข้ามา นักวิชาการเผยอย่าตื่น

เมื่อวันอังคาร 15 มี.ค.เตาปฏิกรณ์ปรมาณูหน่วยที่ 2 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ-ไดอิจิได้เกิดระเบิด เพราะความร้อนสูงจัด หลังจากเตาปฏิกรณ์หน่วยที่ 1 และ 3 ได้ระเบิดไปก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นาโอโตะ คัง กล่าวในการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ว่า มีโอกาสเสี่ยงสูงมากที่จะมีกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้ารั่วไหลออกมาอีก ประชาชนที่ยังเหลืออยู่ในรัศมี 20 กิโลเมตรรอบโรงไฟฟ้าควรออกจากพื้นที่ และคนที่อยู่ในรัศมี 20-30 กม.ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน และไม่ควรออกจากบ้าน

ยูกิโอะ เอดาโนะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เผยว่า ในช่วงเช้าวันอังคารได้เกิดเพลิงไหม้อาคารครอบเตาปฏิกรณ์หน่วยที่ 4 ซึ่งได้ปิดซ่อมตั้งแต่ก่อนเกิดแผ่นดินไหว แต่ยังคงมีแท่งเชื้อเพลิงอยู่ภายใน ส่วนระดับกัมมันตรังสีที่เตาปฏิกรณ์หน่วยที่ 2 นั้นได้เพิ่มขึ้นจนถึงระดับที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพแล้ว คือระหว่าง 100-400 มิลลิซีเวิร์ต หรือราว 160 เท่าของระดับที่คนทั่วไปได้รับจากธรรมชาติในเวลาหนึ่งปี

"กรุณาอยู่แต่ในบ้าน ปิดประตูหน้าต่างไม่ให้ลมพัดเข้าไป อย่าเปิดพัดลมระบายอากาศ และขอให้ตากผ้าภายในร่ม"

กรุงโตเกียว ซึ่งอยู่ห่างจากโรงไฟฟ้าไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 250 กม. ทางการได้ตรวจพบกัมมันตรังสีในระดับสูงกว่าปกติ แต่ยังไม่ถึงระดับอันตราย และการที่เกิดเพลิงไหม้ที่เตาปฏิกรณ์หน่วยที่ 4 แปลว่าขณะนี้เตาปฏิกรณ์ 4 หน่วยในจำนวน 6 หน่วยที่โรงไฟฟ้าฟุกุชิมา-ไดอิจิ กำลังประสบปัญหา....อ่านต่อที่ลิงค์นี้

มนุษย์เห็นแก่ความโลภ เดินหน้าในวิทยาการที่ตนเองต้องการ แต่ลืมคิดว่า ตนเองไม่สามารถควบคุมภัยธรรมชาติได้ และต่อไปนี้ประเทศต่างๆที่อยู่ใต้ลมก็เตรียมตัวป้องกันรังสีร้ายได้ ด้วยตนเอง ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากทางการ เนื่องจากทางการไม่ว่ารัฐไหนๆก็เอาตัวเองไม่รอดเช่นเดียวกัน......ชมเหตุการณ์เกิดสึนามิเพิ่ม

เหตุการณ์ที่กำลังเกิดนี้ ครูบาอาจารย์พระอริยะเจ้า ท่านมองเห็นภัยนี้มานานแล้ว และท่านก็ได้สร้างอุปกรณ์ที่ใส่โปรแกรมพลังงานศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ให้แก่ลูกหลานไทย ได้ใช้สำหรับป้องกันตัว คราวนี้ถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องเข้าสนามทดสอบเดิมพันด้วยชีวิตกันแล้ว ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ครูบาอาจารย์มอบให้ไว้ จะช่วยคุ้มครองป้องกันชีวิตของท่านให้อยู่รอดปลอดภัยได้หรือไม่

แวะชมสภาพเหตุการณ์ บ้านเรือน สนามบิน ท่าเรือ และสิ่งต่างๆที่ได้รับผลกระทบที่ลิงค์นี้

6,000 ไมล์จากประเทศไทย หากเกิดเหตุวิบัติร้ายแรงกว่า ที่ใกล้ๆประเทศไทยในอนาคต ท่านลองนึกภาพเอาเอง

ยูกิโอะ เอดาโนะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เผยว่า ในช่วงเช้าวันอังคารได้เกิดเพลิงไหม้อาคารครอบเตาปฏิกรณ์หน่วยที่ 4 ซึ่งได้ปิดซ่อมตั้งแต่ก่อนเกิดแผ่นดินไหว แต่ยังคงมีแท่งเชื้อเพลิงอยู่ภายใน ส่วนระดับกัมมันตรังสีที่เตาปฏิกรณ์หน่วยที่ 2 นั้นได้เพิ่มขึ้นจนถึงระดับที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพแล้ว คือระหว่าง 100-400 มิลลิซีเวิร์ต หรือราว 160 เท่าของระดับที่คนทั่วไปได้รับจากธรรมชาติในเวลาหนึ่งปี

"กรุณาอยู่แต่ในบ้าน ปิดประตูหน้าต่างไม่ให้ลมพัดเข้าไป อย่าเปิดพัดลมระบายอากาศ และขอให้ตากผ้าภายในร่ม"

ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) เผยว่า ญี่ปุ่นได้ร้องขอความช่วยเหลือด้านผู้เชี่ยวชาญภายหลังเกิดแผ่นดินไหวระดับ 9 ริกเตอร์ แต่ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติของญี่ปุ่นบอกว่า โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุนิวเคลียร์แบบเดียวกับโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลในยูเครนเมื่อปี 2529 ซึ่งแพร่กัมมันตรังสีออกมาสูงสุดที่ระดับ 7 นั้นมีน้อยมาก (เจ้าของเรื่องในการส่งเสริมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ออกมาปลอบใจชาวโลก ซึ่งมันปลอดภัยจริงหรือไม่ ท่านลองติดตามต่อไป)

ไอเออีเอยังรายงานว่า โรงไฟฟ้าฟูกุชิมะได้แผ่กัมมันตภาพรังสีออกสู่ชั้นบรรยากาศ ณ จุดเกิดเหตุด้วยอัตรา 400 มิลลิซีเวิร์ตต่อชั่วโมง ซึ่งอยู่ในระดับ 6 ซึ่งไอเออีเอไม่ได้ให้รายละเอียด หรือแสดงการเปรียบเทียบระดับรังสี แต่ข้อมูลสมาคมนิวเคลียร์โลก ระบุว่า การได้รับกัมมันตรังสีเกิน 100 มิลลิซีเวิร์ตต่อปี อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้

นักวิจัยระบุว่า ร่างกายมนุษย์จะได้รับสารกัมมันตรังสีประมาณ 12 มิลลิซีเวิร์ตต่อการทำซีทีสแกนหัวใจ 1 ครั้ง

นายอังเดร โคล้ด ลาคอสต์ หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์แห่งฝรั่งเศส กล่าวเตือนว่า อุบัติเหตุที่โรงไฟฟ้ามีความอันตรายถึงระดับ 6 แล้ว จาก 7 อันดับ ซึ่งแรงกว่าอุบัติเหตุที่เกาะทรีไมล์ในเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2522 มีระดับ 5 แต่เป็นรองเหตุที่เชอร์โนบิลซึ่งอยู่ระดับ 7

เหตุการณ์ระเบิดอย่างต่อเนื่องของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในญี่ปุ่น ทำให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่มีโรงไฟฟ้าได้สั่งตรวจสอบเป็นการเร่งด่วน โดยนายมันโมฮัน ซิงห์ นายกรัฐมนตรีของอินเดีย แจ้งต่อรัฐสภาว่า รัฐบาลได้ใช้ความพยายามเต็มที่เพื่อตรวจสอบระบบความปลอดภัยทางเทคนิคต่างๆ ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งหมดในทันที เพื่อสร้างความมั่นใจว่า สามารถรับมือกับผลกระทบจากภัยธรรมชาติอย่างรุนแรงได้

(ผู้เป็นเจ้าของเรื่อง ในประเทศต่างๆ ออกมาให้ข่าวในเชิงบวก ต่อผลงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งชาวโลกต้องพิจารณาให้รอบครอบว่าจะเชื่อถือได้เพียงใด มีความโน้มเอียงในถ้อยแถลงนั้นๆหรือไม่)

นายซือเต๋อชิ รองประธานสภาพลังงานปรมาณูแห่งไต้หวัน กล่าวว่า จะทบทวนความปลอดภัยเกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศอย่างเร่งด่วน แต่ยังยืนยันว่าจะเดินหน้าแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งที่ 4 ต่อไป โดยจะะทบทวนถึงมาตรการด้านความปลอดภัยต่างๆ ให้มากขึ้น

ด้านนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ได้ประกาศว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 7 แห่งที่สร้างขึ้นก่อนปี 2523 จะถูกปิดลงชั่วคราว ซึ่งถือเป็นมาตรการต่อเนื่องจากวันจันทร์ที่รัฐบาลเพิ่งระงับแผนการขยายอายุการใช้งานของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 17 แห่ง เป็นเวลา 3 เดือน

ผลสะเทือนจากเหตุดังกล่าวยังทำให้สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ได้ออกแถลงการณ์ต่อเนื่องถึง 3 ฉบับ ตั้งแต่ฉบับที่ 4-6 โดยฉบับที่ 4 สรุป เวลา 02.35 น. ที่เตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 เกิดการระเบิดขึ้น ซึ่งรังสีที่วัดได้อยู่ในช่วง 0.03-0.04 ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมง เป็นระดับรังสีในธรรมชาติ ฉบับที่ 5 เวลา 04.10 น. มีการระเบิดที่โรงไฟฟ้าหน่วยที่ 2 เนื่องจากระบบหล่อเย็นในแกนเครื่องปฏิกรณ์ไม่สามารถทำงานได้ ซึ่งบริษัทเท็ปโกได้แจ้งเหตุฉุกเฉินตามมาตรา 15 ของกฎหมายพิเศษการเตรียมพร้อมกรณีฉุกเฉินทางนิวเคลียร์

(ปส.แถลงชนิดกลัวถูกยุบองค์กร และพวกตนเองต้องตกงาน ถามหน่อยว่า เมื่อโลกเกิดวิบัติกาล ในอีกไม่นานนี้ ปส. หรือหน่วยงานไหนๆมีน้ำยาเข้าไปจัดการด้านความปลอดภัย ได้ซักน้อยนิดหรือไม่?)

ส่วนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าฟ้านิวเคลียร์ของไทยนั้น นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ กรีนพีช เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า รัฐบาลต้องทบทวนแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ โดยเฉพาะการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่สำรวจไว้กว่า 7 แห่ง และหันมาใช้พลังงานสะอาด และพลังงานหมุนเวียนแทน

อันที่จริงมนุษย์โลก ไม่ต้องวิตกในเรื่องไม่มีพลังงานใช้กันมากนัก อีก 2 ปีข้างหน้าธรรมชาติก็จะแย้มให้มนุษย์บนโลกนี้ทราบว่าจะจัดการกับพลังงานในอนาคตต่อไปอย่างไร มนุษย์ยังสมควรอยู่หรือไม่ที่จะนำเชื้อเพลิงออกมาใต้โลกมาสร้างมลภาวะที่ตนเองกำจัดไม่ได้ หรือใช้ความรู้ด้านพลังงานปรมาณูออกมาใช้แต่ผลที่สุดตนเองก็ไม่มีปัญญาจะกำจัดผลร้ายยที่แท่งเชื้อเพลิงต่างๆเกิดการรระเบิดขึ้น และมีปัญหาในการหาที่จัดเก็บมาก แม้จะแอบเอาไปทิ้งในท้องทะเลลึกก็ยังไม่ปลอดภัยอยู่ดี

มนุษย์โลกคิดแต่ได้ทางเดียว ไม่เคยคิดถึงวิธีอื่นๆที่จะผลิตพลังงาน ถึงแม้มีนักคิดประดิษฐ์หลายคนที่ค้นพบวิธีการผลิตพลังงานที่เสถียรและไม่มีภัยอันตรายต่อสิ้งแวดล้อม ก็ถูกบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่บริษัทของโลกพากันไล่ซื้อลิขสิทธิ์นำไปเก็บใส่ลิ้นชักอย่างเงียบเชียบ ไม่ต้องการให้ออกมาแข่งขันกับธุรกิจพลังงานของตน ที่กอบโกยรายได้มหาศาล

มนุษย์พวกนี้ต้องการดำรงค์ชีวิตด้วยอาหารที่เป็นเงินทองหรืออย่างไร ในช่วงอายุขัยสั้นๆที่เกิดมา แต่กลับมาสร้างความหายนะให้แก่โลกอย่างสุดพรรณา

ธรรมชาติกำลังสอนบทเรียน ที่เข้มข้นไปตามละดับ และมนุษย์ต้องชดใช้ด้วยการจบชีวิตไปทีละคน จนกว่าผู้คิดผิด เกิดมาแล้วโลภมาก จนเกินพอ ที่ตนเองจะดำรงค์ชีวิตอยู่อย่างพอเพียง และพัฒนาจิตตนเองให้สูงขึ้น กลับไปเลือกในทางตรงกันข้าม เบียดเบียนธรรมชาติอย่างรุนแรงมานับร้อยๆปี หนักยิ่งขึ้นทุกวัน เพื่อสร้างความร่ำรวยทางลัด แล้วก็พากันตายจากไป และยังทิ้งปัญหากองใหญ่เอาไว้ให้คนข้างหลัง พากันหลงทางมากยิ่งขึ้น ตีชิงรบพุ่งแย่งกันครอบครองต่อๆไป จน ธรรมชาติกำลังทำการแยกหยกออกจากหิน มาถึง

บทเรียนการเกิดภัยธรรมชาติที่ญี่ปุ่นคราวนี้ คงจะสะท้อนให้มนุษย์มองเห็นสัจจธรรมของโลกได้บ้าง และยังจะมีบทต่อๆไปที่รุนแรงยิ่งกว่า ที่ญี่ปุ่นได้รับ ให้มนุษย์โลกได้เห็นอีกในไม่ช้านักในย่านเอเชีย และคนละซีกโลก สำหรับมนุษย์ผู้ไม่ประมาทก็ลองติดตามข่าวคราวคืบหน้าต่อไป ก็จะตระหนักรู้ได้เองว่าชีวิตที่ยังเหลืออยู่ ควรจะบริหารจัดการในแบบใด

ข่าวคืบหน้าจากเพื่อน

From: Tidarat Damrongruk [mailto:Tidarat@greenspot.co.th]
Sent: Tuesday, March 15, 2011 3:58 PM
To: Chiangthong, Sunichaya; Suraida.J@th.kline.com;june_june44@hotmail.com; Apiradee Sangsuwan
Subject: รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศแล้ว

รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศแล้วว่าเตากัมมันตภาพรังสีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ระเบิด แล้วและจะกระจายไปทั่วเอเชียให้ระวังอย่างมากหากมีฝนตกให้เข้าไปอยู่ในร่มแล้วปิดประตูหน้าต่างให้หมดเพราะสารจะมากับสายฝน (ห้ามโดนฝนเด็ดขาด)

หากใครโดนฝนให้ใช้เบตาดีนทาบริเวณคอ เพราะสารจะซึมเข้าต่อมไทรอยด์ได้เร็ว(สารนี้ทำให้เป็น มะเร็งค่ะ) ฟิลิปปินส์จะโดนก่อนเวลา4โมงวันนี้
เวลาฟิลิปปินส์
สำหรับประเทศไทยยังไม่รู้

ปล.ข้อมูลนี้มาจากเพื่อนที่ส่งBBมาให้
ถ้าพิจารณาแล้วเห็นด้วยและห่วงใยคนรอบข้างกรุณาส่งต่อ
ขอบคุณค่ะ

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html Bookmark and Share

วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เกิดอะไรขึ้นเมื่อโลกร้อนอีก 6 องศา

ถ้าโลกร้อนขึ้น 6 องศา

http://www.ainews1.com/article547.html

Bookmark and Share

หกองศา…อนาคตของเราบนดาวเคราะห์ที่ร้อนขึ้น

ถ้าภาวะโลกร้อนยังดำเนินต่อไปเร็วเช่นนี้ เราอาจผจญกับการสูญสิ้น แล้วอะไรคือสิ่งที่ทำให้โลกเราร้อนขึ้น?

คลื่นความร้อนกำลังทำลายน้ำแข็งขั้วโลก

โดยกลุ่มข่าวสหรัฐอเมริกา(ต้นฉบับเป็นภาษาอังกฤษ)

อ้างอิงจาก ธรรมสารอนุตราจารย์ชิงไห่ ฉบับที่ 196


ผู้สื่อข่าวชาวอังกฤษ และนักวิจารณ์ทางสถานีโทรทัศน์ในเรื่องสิ่งแวดล้อม คุณมาร์ค ลีนาสใช้เวลาสามปี ในการเดินทางไปยังห้าทวีป โดยได้เห็นถึงความรุนแรงของภาวะโลกร้อน ตั้งแต่การละลายของทุนดร้าที่อลาสก้า เกาะแปซิฟิก ตูวาลูที่กำลังจมลง และทะเลทรายในมองโกเลียที่กำลังแผ่ขยายมากขึ้น จนถึงภูเขาน้ำแข็งที่กำลังละลายหายไปที่เปรู และน้ำท่วมและพายุที่ทำให้เกิดการกัดเซาะที่จีน คุณลีนาสได้เก็บหลักฐานด้วยตนเอง ซึ่งได้รับการรวบรวมในหนังสือ ด้านอากาศเปลี่ยนแปลงของเขาที่มีชื่อว่า คลื่นสูง ความจริงเกี่ยวกับวิกฤตสภาพอากาศของเรา

(บทความในเว็บเพจนี้ เป็นการติดตามและต่อยอดสภาวะปัจจุบันของทั่วโลก ที่ท่านผู้มีความรู้ระดับสูงๆหลายท่าน ไม่เหลือความหวังอยู่เลยว่าโลกจะหยุดความร้อนที่เพิ่มขึ้นได้...กล่าวคือ มนุษย์ไปเลยขีดขั้นที่จะลดปัจจัยความร้อนต่างๆลงแต่อย่างใด)

ไม่นานหลังจากนั้น คุณลีนาสได้ศึกษาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และหาเหตุผลอย่างมากมาย ที่เกี่ยวเนื่องกับระบบวิถีชีวิตที่พึ่งพาเชื้อเพลิงถ่านหินของเรา ที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ เขาใช้เวลาหลายเดือนที่ห้องสมุดวิทยาศาสตร์เรดคลิฟ แห่งมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด เพื่ออ่านวรรณกรรมทางวิทยาศาสตร์นับพันเรื่อง ก่อนที่จะจัดพิมพ์หนังสือเล่มที่สองของเขาในเรื่องอากาศเปลี่ยนแปลง “หกองศา อนาคตของเราบนดาวเคราะห์ที่ร้อนขึ้น” ซึ่งถือว่าเป็นหนังสือเตือนสติของเราอีกเล่ม

(การเตือนสติ เมื่อสุดจะสายไปแล้ว ยังหลงเหลือประโยชน์อยู่บ้าง คือการเตรียมตัวตายของมนุษย์ ให้จิตใจสงบมากที่สุด ใช่หรือไม่?)

หนังสือเล่มที่สองทบทวนเรื่องสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง อย่างเป็นระบบ บนพื้นฐานของข้อมูลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และโมเดลคอมพิวเตอร์ชั้นสูง และผลการศึกษาที่เกี่ยวกับอากาศจากซากฟอสซิล ตลอดประวัติศาสตร์ของโลก หนังสือแสดงให้เห็นสภาพของอากาศที่อุ่นขึ้นในอนาคต และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น มันยังพิจารณาถึงช่วงเวลาที่เกิดอากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลันในอดีต ตามกระบวนการธรรมชาติ และได้สะท้อนผลกระทบ ที่รุนแรงของภาวะโลกร้อนที่อาจเกิดขึ้นต่อทุกชีวิต และสิ่งแวดล้อมบนดาวเคราะห์ดวงนี้

ในแต่ละบท “หกองศา” ได้ถูกเรียบเรียงตามรายงานการประเมิณครั้งที่สาม ของคณะกรรมาธิการนานาชาติด้านสิ่งแวดล้อม (ไอพีซีซี) 2544 (www.ipcc.ch) ผลกระทบของอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น และโลกชีวภาพถูกกวาดอย่างคร่าวๆ ตามความเป็นจริงที่น่าสะพรึงกลัว
จากหนึ่งองศาเซลเซียส ไปสู่จุดเปลี่ยนผันที่ 3 องศาเซลเซียส จนไปถึง 6 องศาเซลเซียส ที่จะทำให้เกิดการสูญพันธุ์ทุกชีวิตรวมถึงมนุษย์ มากยากที่จะเข้าใจว่า กิจกรรมของมนุษย์อาจมีส่วนทำให้เกิดภัยพิบัติหายนะเช่นนี้ แต่กระนั้น เราได้ทำร้ายดาวเคราะห์ดวงนี้ และใกล้ที่จะเสียมันไปอย่างหวนคืนกลับไม่ได้ ถ้าเราไม่ปฏิบัติการทันที ที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

(สำหรับชาวพุทธคงจะเคยได้รับฟัง พุทธทำนาย ว่า การดำรงค์อยู่ของพระพุทธศาสนา ของพระองค์ท่าน จะยังดำรงค์อยู่ต่อไปอีกประมาณ 2,500 ปี ให้อายุศาสนาครบ 5,000 ปี ตามที่พระพุทธองค์ได้รับปากกับมาร ที่มาทูลขอเอาศาสนาของพระพุทธองค์ไปบริหาร....และชาวพุทธยังสมควรจะทราบสัจจะความจริงอีกอย่างหนึ่ง ในสิ่งต่างๆที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ ไม่มีสิ่งใดมาทำลายล้างให้เป็นอื่นไปได้)

ร้อนขึ้นหนึ่งองศา
อาร์กติกจะปลอดน้ำแข็งเป็นเวลาครึ่งปี แอตแลนติกตอนใต้ ซึ่งปกติแล้วจะไม่มีพายุเฮอร์ริเคน จะพบกับพายุเฮอร์ริเคนชายฝั่ง และที่สหรัฐตะวันตก จะเกิดความแห้งแล้งรุนแรง

ร้อนขึ้นสององศา
หมีขั้วโลกดิ้นรนที่จะอยู่รอด เพราะน้ำแข็งขั้วโลกจะละลายเพิ่มมากขึ้น น้ำแข็งที่กรีนแลนด์เริ่มจะหายไป ในขณะที่ปะการังชายฝั่งจะหายไป ระดับน้ำทะเลของโลกจะสูงขึ้น 7 เมตร

(เอ็ดการ์ เคย์ซี่ นักจิตศาสตร์ นักพยากรณ์ผู้มีชื่อเสียงของอเมริกัน มากกว่า 15,000 เรื่อง และที่ผ่านมาถูกต้อง 80 % และได้ทำนายไว้ว่าระดับน้ำทะเลทั่วโลกจะเพิ่มระดับขึ้น 7 เมตร...ดังนั้นโลกยังจะร้อนขึ้นต่อไปเข้าใกล้จุดวิกฤต จนน้ำแข็งเกิดละลายมากขึ้นจนอาจเป็นจริงตามที่เอ็ดการ์ ได้เล็งเห็นภาพอนาคตนั่นเอง...แล้วทำไมน้ำทะเลไมเพิ่มสูงขึ้นอีก นั่นคือต้องมีปัจจัยอื่นที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบนั่นเอง ว่าเหตุไรความร้อนโลกจึงมาหยุดแค่ 2 องศา...ถ้าหากระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น 7 เมตรถูกต้องเป็นจริงตามการหยั่งรู้ของเอ็ดการ์ เคย์ซี่ นั่นเอง)

ทีนี้ลองวางโลกร้อนทางกายภาพ ในความเห็นของนักวิชาการเอาไว้ก่อน มาพิจารณาสิ่งแวดล้อมของจักรวาล กาแลกซี่ต่างๆที่เนื่องเกี่ยวกับโลกและสุริยจักรวาล จากนักจิตศาสตร์

1 ก.พ. 2554 พระอาจารย์รัตน์ พบในสมาธิว่า สุริยจักรวาล ที่เดินสดุดมาร่วม 2 ปี ได้เดินหรือหมุนรอบตนเองโดยสมบูรณ์แล้ว แต่กลับหมุนจากซ้ายไปขวา ซึ่งดาวเคราะห์บริวาร โดยเฉพาะโลกจะต้องปรับตัวให้คล้อยตามสุริยจักรวาลต่อไป ในอีกไม่นานนัก ต้นเหตุที่สุริยจักรวาลต้องปรับตัว เนื่องจากได้โคจรรอบกาแลกซี่ทางช้างเผือก เข้ามาใกล้ขอบของกาแลกซี่ไตรแองกุลัม เริ่มเข้ามาในอิทธิพลของกาแลกซี่นี้อย่างเต็มที่ ส่วนการปรับตัวหรือสร้างสมดุลของโลกต่อสิ่งแวดล้อมใหม่

กาแลกซี่ไตรแองกุลัม เป็นกาแลกซี่ที่ให้พลังงานคลื่นสีเหลือง หรือเป็นรังสีแห่งความเมตตา แตกต่างจากกาแลกซี่ทางช้างเผือก ซึ่งร้อนและหนัก และตามปฏิทินของชาวมายา ซึ่งมีความรู้และเชี่ยวชาญในเรื่องของจักรวาล โลกจะปรับแกนพลังงานใหม่เป็นยุคๆ ดังนั้นในส่วนวงโคจรในอิทธิพลของกาแลกซี่ไตรแองกุลัม โลกจะปรับตัวร่วมกับดาวหางที่มาเยือน ส่งผลให้โลกย้ายแกนพลังงานของโลกใหม่ นำขั้วโลกเหนือมาอยู่ที่ สฟิงซ์ที่ประเทศอียิปต์

เมื่อโลกได้ปรับสมดุล และมีแกนพลังงานโลกใหม่ในราวต้นปี 2556 เสร็จเรียบร้อยแล้วสิ่งแวดล้อมโลกจะเปลี่ยนไปดีขึ้นเป็นปรกติขึ้น ด้วยพลังงานในช่วงคลื่นสีเหลืองของกาแลกซี่ไตรแองกุลัม

ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าก่อนการปรับสมดุลของโลก และดาวบริวารครั้งนี้ความร้อนของโลกที่เพิ่มขึ้น อาจจะได้เพิ่มขึ้นตามสภาพกายภาพ ที่มนุษย์คาดการณ์ไว้ เช่นปัจจุบันดาวเทียม ที่ส่งไปสังเกตการณ์การโคจรของสุริยจักรวาล ยังพบว่าปัจจุบันโลกและสุริยจักรวาลกำลังโคจรเข้าไปในกลุ่มเมฆหมอกสุริยะจำนวนมาก และศาตราจารย์ใน UCLA ยังพบว่าปัจจุบันโลกยามค่ำคืนบรรยากาศร้อนกว่ายามกลางวัน และท่านผู้มีสมาธิจิตยังหยั่งรู้ว่าพลังงานคลื่นแม่เหล็ก ที่หนักและร้อนยังลงมาเกาะกุมผิวโลกมากขึ้นกว่าเก่าทุกวัน เนื่องมาจากแกนพลังงานโลกตันมา 10 กว่าปี ทำให้เส้นแรงพลังงานแม่เหล็กแปรปรวนทั่วโลก และท่านครูบาอินทร วัดสันป่ายางหลวง ที่ จ..ลำพูน พบว่าปัจจุบันเส้นแรงแม่เหล็กโลกไร้ระเบียบ และจะก่อให้เกิดอุบัติภัยเพิ่มมากขึ้น ในการคมนาคมนาๆชนิด จะมีการตายหมู่ใหญ่เพิ่มขึ้น ตั้งแต่เดือน มกราคม 2554 นี้เป็นต้นไป และยิ่งกว่านั้น มนุษย์ไม่จำเป็นต้องไปขุดคอคอดกระ ท่านพบว่าพื้นโลกบริเวณนั้นมันเริ่มขยับตัวแล้ว และอีกไม่นานน้ำทะเลอันดามันมันจะข้ามเขามาทางอ่าวไทย แล้วก็จะได้ช่องทะเลกว้างใหญ่ทะลุถึงกัน ทั้งซีกตะวันตกและตะวันออกคืออ่าวไทย....นี่เป็นอีกผลิตผลหนึ่งของโลกร้อน

ทุกๆปัจจัยแวดล้อมของโลกปัจจุบัน จึงสร้างความยากลำบากในทุกๆด้านให้แก่มนุษย์และสัตว์โลก จะต้องประสบและทะยอยตายไป นับตั้งแต่สัตว์เล็กๆไปก่อน และกำลังลุกลามมายังชีวิตมนุษย์บางส่วนไปเรียบร้อยแล้ว....แล้วอย่างนี้กว่าจะถึงเวลาที่โลกจะมีแกนพลังงานโลกใหม่ ชีวิตมนุษย์จะยังคงมีเหลืออยู่สักกี่มากน้อย

ร้อนขึ้นสามองศา
ป่าฝนอเมซอนจะเหือดแห้ง และรูปแบบของอากาศที่รุนแรงของเอลนิโยจะกลายเป็นเรื่องปกติ ยุโรปจะพบกับความร้อน ในฤดูร้อนที่ทะยานสูงขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน คนนับล้านหรือพันล้านคนจะถูกย้ายถิ่นจากพื้นที่เขตร้อน ไปยังแลตติจูดตอนกลาง

ร้อนขึ้นสี่องศา
มหาสมุทรจะสูงขึ้น ทำให้เมืองที่อยู่ติดชายฝั่งจมลง การหายไปของน้ำแข็งบนยอดเขาอาจทำให้น้ำจืดหายไป ส่วนหนึ่งของแอนตาร์กติกาอาจจะทลายไป ทำให้ระดับน้ำยิ่งสูงขึ้น อุณหภูมิในฤดูร้อนที่ลอนดอนจะอยู่ที่ 45 องศาเซลเซียส

ร้อนขึ้นห้าองศา
บริเวณที่อยู่ไม่ได้จะแผ่ขยายกว้าง หิมะและชั้นน้ำแข็งที่เป็นแหล่งน้ำให้กับเมืองใหญ่จะเหือดแห้ง และผู้ลี้ภัยสภาพอากาศจะมีนับล้านคน อารยธรรมมนุษย์จะเริ่มพังทลายไปพร้อมกับสภาพอากาศ ที่เปลี่ยนแปลงที่ร้ายแรงนี้ คนยากจนจะเป็นผู้ที่ทุกข์ยากที่สุด จะไม่มีน้ำแข็งที่ขั้วโลกอีกต่อไป และเกิดการสูญพันธุ์ขนาดใหญ่ในมหาสมุทร และสึนามิขนาดใหญ่จะทำลายชายฝั่ง

สิ่งที่ยิ่งน่าเป็นห่วงก็คือว่า เนื่องจากความซับซ้อนของระบบนิเวศวิทยาบนดาวเคราะห์ดวงนี้ ความเป็นจริงของอากาศเปลี่ยนแปลงอาจยิ่งรุนแรง กว่าวิทยาศาสตร์ได้ทำนายไว้ การทำนายในเรื่องของผลกระทบของอากาศนั้นน่าเป็นกังวล เมื่อได้มีการรวบรวมข้อมูลที่เขาได้เก็บมา นายลินาสรู้สึกว่า บางที เขา ควรเก็บทุกอย่างเป็นความลับ เพราะความจริงนั้นน่าหวาดกลัว ที่จริงแล้ว การคาดการณ์บางอย่างนั้นได้กลายเป็นความจริงแล้ว

ตัวอย่างเช่น คลื่นความร้อนในฤดูร้อนที่ยุโรปได้เริ่มมีผลต่อสุขภาพมนุษย์ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ อากาศที่อุ่นขึ้นยังทำให้เกิดการเพิ่มขึ้น ของโรคมาลาเรียและโรคอื่นๆ ภาวะโลกร้อนทำให้ภูเขาน้ำแข็งในจีนหดไป 7% ต่อปี ซึ่งอาจจะมีผลกระทบที่รุนแรงต่อประชาชน 300 ล้านคน ที่ต้องพึ่งพาน้ำจากมัน ที่อินเดียการละลายอย่างรวดเร็วทำให้ประชาชนชาวเกาะจำนวน 20,000 คนต้องย้ายถิ่นฐานจากบริเวณที่ต่ำที่สุดของเกาะ ดุคออฟยอร์คในปี 2543 ในระบบสังคมนิเวศที่บอบบางและเกี่ยวพันกันนี้ ดาวเคราะห์ที่อุ่นขึ้นจะเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ ทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำและอาหาร พร้อมกับเกิดผู้ลี้ภัยสภาพอากาศมากขึ้นเรื่อยๆ
อย่างไรก็ดี คุณลีนาสไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้ผู้อ่านรู้สึกหดหู่ เกี่ยวกับอนาคตของดาวเคราะห์ดวงนี้ แต่เขาส่งคำเตือน และการกระตุ้นเตือนที่ชัดเจน ให้มีความพยายามในระดับนานาชาติขนาดใหญ่ ที่จะต่อสู้กับภาวะโลกร้อน แค่เหมือนกับ “หยิบที่ดับเพลิง แล้วฉีดใส่กองไฟ”
เมื่อมันเป็นที่ทราบแล้วว่า “ไฟ” นี้ เกิดจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ และตามการวิเคราะห์ทางทฤษฎี อุณหภูมิที่ร้อนขึ้นที่เกิดจากการปล่อยก๊าซ ทำให้เรามีเวลาน้อยกว่าหนึ่งทศวรรษ จนกว่าเราจะถึงจุด “หกองศา”
เราได้เข้าถึงระดับองศาที่สองแล้ว ดังนั้น ทางเลือกเดียวของเราที่จะรักษาดาวเคราะห์นี้ไว้ได้คือ การปฏิบัติการอย่างรวดเร็ว และลดการปล่อยคาร์บอนของเรา


ระดับองศาที่เปลี่ยน


อุณหภูมิที่เปลี่ยน

ปริมาณคาร์บอน

1 องศา


0.1-1.0 °c

350 ppm(ระดับปัจจุบันอยู่ที 395ppm)

2 องศา


1.1-2.0 °c

400 ppm

3 องศา


2.1-3.0 °c

450 ppm

4 องศา


3.1-4.0 °c

550 ppm

5 องศา


4.1-5.0 °c

650 ppm

6 องศา


5.1-5.8 °c

800 ppm

ปัจจุบัน โลกกำลังอัดแน่นด้วย คาร์บอนไดออกไซด์ ที่ 395 พีพีเอ็ม ใกล้ถึง 400 ในเร็วๆวันนี้

“หกองศา” คือคำประกาศที่ชัดเจนให้กับทุกคนว่าโลกกำลังอยู่ในสถานการณ์วิกฤต มันถึงเวลาแล้ว โดยเฉพาะผู้นำและนักการเมือง ที่จะดำเนินการที่จะลดคาร์บอน และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ เช่น มีเทน จากกิจกรรมของมนุษย์นั้น มันปฏิเสธไม่ได้ว่า มันเป็นสาเหตุของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ เราต้องมีวิถีชีวิตที่มีความสุขและสุขภาพที่ดีขึ้น ด้วยการใช้พลังงานที่ยั่งยืน และการเป็นมังสวิรัติ (วีแก็น) เพื่อรักษาโลกใบนี้ไว้ เรามีเวลาเพียงจำกัดที่จะหันหลังกลับ ภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องจริง และมันเกี่ยวข้องกับทุกชีวิตบนโลกใบนี้ ฉะนั้น มาเริ่มดำเนินการที่จะทำให้โลกของเราเย็นลงกัน

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี นอกเหนือจากส่วนขยายธุรกิจ ที่ลิงค์ /article385.html Bookmark and Share